สกสว. : TSRI

สกสว. : TSRI ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก สกสว. : TSRI, 979/17-21 SM Tower, Paholyothin Road, Bangkok.

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) มีพันธกิจในการจัดทำนโยบาย แผนยุทธศาสตร์ และกรอบงบประมาณเพื่อการจัดสรรทุนวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศ ศึกษาสถานการณ์ภาพรวมด้านการวิจัยและนวัตกรรม การสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ

สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาน้...
12/06/2026

สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพันอันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า
คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

🔬 “บอร์ด ววน.ติดตามประเมินผล ลงพื้นที่ มข. ถอดบทเรียนงานวิจัย มุ่งต่อยอดสู่ธุรกิจและการใช้ประโยชน์จริง”📍 สกสว.พร้อมบอร์ด...
11/06/2026

🔬 “บอร์ด ววน.ติดตามประเมินผล ลงพื้นที่ มข. ถอดบทเรียนงานวิจัย มุ่งต่อยอดสู่ธุรกิจและการใช้ประโยชน์จริง”

📍 สกสว.พร้อมบอร์ดติดตามและประเมินผลลงพื้นที่ติดตามโครงการวิจัยและนวัตกรรมของ รวพ.บพค. ดูตัวอย่างความสำเร็จและปัญหาอุปสรรคของ ม.ขอนแก่น รวมถึงเยี่ยมชมโรงงานต้นแบบภายในอุทยานวิทยาศาสตร์ หวังพัฒนางานวิจัยในภาพรวมให้ดีขึ้นสอดรับกับนโยบายรัฐบาล มุ่งยกระดับสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของภูมิภาค ตอบโจทย์อุตสาหกรรมแห่งอนาคตและพื้นที่ พร้อมต่อยอดธุรกิจขายได้จริง

👨‍⚕️ นพ.สุวิทย์ วิบูลผลประเสริฐ ประธานกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำคณะกรรมการฯ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ลงพื้นที่ติดตามโครงการวิจัยและนวัตกรรมของสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) โดยหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานให้เกิดผลตามนโยบายรัฐบาล รวมถึงกลไกการบริหารจัดการงานวิจัยให้สัมฤทธิ์ผล

🏫 โดยมี ศ. พญ.ผิวพรรณ มาลีวงษ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมคณะผู้บริหารและนักวิจัย นำเสนอผลการดำเนินงานและเยี่ยมชมโรงงานต้นแบบภายในอุทยานวิทยาศาสตร์

🌏 ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยและพัฒนาชั้นนำของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มุ่งทำวิจัยและเชื่อมโยงสู่การใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อประเทศและชุมชนในภูมิภาคอย่างยั่งยืน ตอบโจทย์อุตสาหกรรมแห่งอนาคต พัฒนาพื้นที่และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างแท้จริง

🤝 การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคณะกรรมการติดตามและประเมินผลฯ ในครั้งนี้ จะทำให้เกิดการร่วมกันติดตามความก้าวหน้า ปัญหาอุปสรรค รวมทั้งหาแนวทางการยกระดับงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้เกิดข้อเสนอแนะต่อระบบ ววน. โดยรวม และนำไปสู่ความร่วมมือที่เข้มแข็งของทุกภาคส่วน

🚀 ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร ผู้อำนวยการ บพค. ระบุถึงภารกิจสำคัญในการให้ทุนและบริหารจัดการทุน ว่ามีเป้าหมายเพื่อการสร้างโอกาสและรากฐานไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมและกิจการแห่งอนาคต รวมทั้งเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต โดยเน้นการพัฒนาคน (นักวิจัย) ไปพร้อมกับการพัฒนานวัตกรรม

💡 นพ.สุวิทย์ กล่าวว่า ประเด็นที่น่าสนใจคือ การร่วมทุนกับกองทุนวิจัยต่างประเทศ มุ่งทำงานวิจัยเป็นเครือข่ายและสร้างความเข้มแข็งในระดับสูง รวมถึงการลดช่องว่างความรู้ โดยเฉพาะสาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ และขอรายละเอียดกรณีศึกษาโครงการที่ยังไม่ประสบความสำเร็จเพื่อเรียนรู้และพัฒนาปรับปรุงต่อไป

🔋 สำหรับตัวอย่างโครงการวิจัยที่น่าสนใจ ได้แก่ การพัฒนาต้นแบบเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรีไซเคิลแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนและการประเมินสุขภาพของแบตเตอรี่ สำหรับจัดการแบตเตอรี่ที่สิ้นสุดอายุการใช้งานในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถพัฒนาระบบคัดแยกและฟื้นฟูวัสดุ LFP ได้บริสุทธิ์สูงถึง 99.80% และฟื้นฟูประสิทธิภาพได้มากกว่า 98%

🏭 ขณะเดียวกัน โรงงานต้นแบบอาหารภายในอุทยานวิทยาศาสตร์ ยังช่วยสร้างสตาร์ทอัพและเพิ่มมูลค่าให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร สมุนไพร และบริการมาตรฐาน อย.

🎬 ด้านงานสังคมศาสตร์ โครงการ “เข็นบทขึ้นภูเขา” ได้ยกระดับการเขียนบทภาพยนตร์ไทยสู่ตลาดโลก สร้างบุคลากรด้านภาพยนตร์ และต่อยอดสู่เทศกาลหนังเมืองแคนนานาชาติ พร้อมผลักดัน “ขอนแก่นเมืองหนัง” ให้เป็นศูนย์กลางภาพยนตร์ของภูมิภาค

🧪 นอกจากนี้ ยังมีผลงานวิจัยด้านวัสดุนาโน อาหารเพื่อสุขภาพ ไฮโดรเจนสีเขียว และการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงด้านอุตสาหกรรมฐานชีวภาพแห่งอนาคต ที่มีศักยภาพต่อยอดสู่ภาคอุตสาหกรรมและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้จริง

🎯 “การพัฒนาเทคโนโลยีและวิทยาการขั้นแนวหน้า จำเป็นต้องอาศัยการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ การสร้างความร่วมมือ และการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่ระดับนโยบาย รวมถึงการต่อยอดองค์ความรู้สู่การสร้างธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนประเทศอย่างก้าวกระโดด” นพ.สุวิทย์ กล่าวสรุป

🔗 ช่องทางติดตาม
🌐 เว็บไซต์: https://www.tsri.or.th
📘 Facebook: สกสว.
📸 Instagram: https://www.instagram.com/tsri_thailand
🐦 X: https://x.com/tsri_official
🎵 TikTok: https://www.tiktok.com/


#กองทุนววน #สกสว #ววน
#บพค #มหาวิทยาลัยขอนแก่น
#วิจัยและนวัตกรรม #อุตสาหกรรมแห่งอนาคต

✅ Thailand RISE Fund ขอเชิญชวนประชาคมวิจัยและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม📊 เจาะลึกการประเมิน “ผลลัพธ์และผลกระทบงานวิจัย”เรีย...
11/06/2026

✅ Thailand RISE Fund
ขอเชิญชวนประชาคมวิจัยและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

📊 เจาะลึกการประเมิน “ผลลัพธ์และผลกระทบงานวิจัย”
เรียนรู้หลักการ แนวคิด และวิธีการประเมินผลลัพธ์และผลกระทบของงานวิจัยและนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ พร้อมทำความเข้าใจการใช้งาน Excel Template สำหรับการติดตามและประเมินผล

✨ ถ่ายทอดโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินผลกระทบงานวิจัยโดยตรง

📅 19 มิถุนายน 2569
🕘 เวลา 09.00 – 12.00 น.
📍 ห้องประชุม Infinity ชั้น G โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ (รางน้ำ)

📌 ไม่มีค่าใช้จ่าย
📌 รับจำนวนจำกัด

▶▶ ลงทะเบียนรับสิทธิ์อบรม
https://e.tsri.or.th/?event=user_event_1781083335498

#สกสว #กองทุนววน #ติดตามและประเมินผล
#งานวิจัย #ผลลัพธ์ผลกระทบ

🌱🐟 ววน. ยกระดับ “พืช–สัตว์เศรษฐกิจภาคใต้” สร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรท้องถิ่น สู่ New Growth Engine ของประเทศภาคใต้เป็นห...
11/06/2026

🌱🐟 ววน. ยกระดับ “พืช–สัตว์เศรษฐกิจภาคใต้” สร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรท้องถิ่น สู่ New Growth Engine ของประเทศ

ภาคใต้เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงของประเทศจากความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเล ความหลากหลายทางชีวภาพ และสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ที่สามารถต่อยอดสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจได้อีกมาก อย่างไรก็ตาม เกษตรกรและชุมชนจำนวนไม่น้อยยังเผชิญความท้าทายด้านต้นทุนการผลิต การเข้าถึงเทคโนโลยี การพัฒนามาตรฐานสินค้า และการเชื่อมโยงสู่ตลาดมูลค่าสูง

กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) จึงทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างระบบนิเวศด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย นักวิจัย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่นเข้าด้วยกัน จุดเริ่มต้นสำคัญ คือ การสร้างความยั่งยืนให้กับฐานทรัพยากร ผลงาน ววน. ทำให้เกิดองค์ความรู้ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างเหมาะสม ควบคู่ไปกับการสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ จากนั้นจึงนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และยกระดับคุณภาพสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดมากขึ้น

🐚 ตัวอย่างผลลัพธ์ของการใช้ ววน. มายกระดับสัตว์น้ำพื้นถิ่นให้กลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ได้แก่ “การผลิตปลิงทะเลแบบครบวงจร” ที่งานวิจัยช่วยพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าครบวงจรตั้งแต่การเพาะพันธุ์ อนุบาล เลี้ยง แปรรูป และเชื่อมโยงตลาด ทำให้ชุมชนสามารถสร้างอาชีพใหม่จากทรัพยากรท้องถิ่น ลดการจับปลิงทะเลในธรรมชาติ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างสมดุล และสร้างการเรียนรู้ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจให้กับชุมชนชายฝั่ง โดยได้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกรมากกว่า 120 ครัวเรือน สร้างรายได้เสริมเฉลี่ยกว่า 10,000 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน

🐟 “การเลี้ยงปลาชะโอนเชิงพาณิชย์ด้วยเทคโนโลยี BioFloc อัจฉริยะ” ช่วยให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงปลาในระบบปิด ควบคุมคุณภาพน้ำ ลดความเสี่ยงจากโรคและความผันผวนตามฤดูกาล พร้อมเชื่อมโยงตลาดสู่ร้านอาหาร ห้างค้าปลีก และช่องทางออนไลน์ ปัจจุบันมีการขยายผลสู่เกษตรกรกว่า 60 ครัวเรือนและกลุ่มวิสาหกิจชุมชน 2 กลุ่ม สร้างรายได้อย่างต่อเนื่องตลอดปีให้แก่ชุมชนชายแดนใต้

📱 “การเลี้ยงปลาพลวงชมพูด้วยระบบอัจฉริยะ” ปลาหายากมูลค่ากิโลกรัมละหลายพันบาท ได้นำมาเลี้ยงในระบบควบคุมการเลี้ยงสัตว์น้ำแบบอัตโนมัติและเครือข่ายไร้สาย ช่วยให้เกษตรกรเฝ้าระวังและสั่งงานระบบเลี้ยงได้ผ่านมือถือ ลดต้นทุน เวลา และแรงงานในการจัดการฟาร์ม ตั้งแต่การรวบรวมพันธุ์ปลาและพัฒนาพ่อแม่พันธุ์ การผลิตลูกพันธุ์ การพัฒนาสูตรอาหารตามช่วงวัย ไปจนถึงการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคปลา โดยระบบดังกล่าวสามารถขยายผลสู่เกษตรกรและพื้นที่เพาะเลี้ยงทั่วประเทศ

🐔 ด้านปศุสัตว์ ผลงานของกองทุน ววน. ได้พัฒนาไก่ใต้สายพันธุ์ใหม่ “ไก่เบขลา” เกิดจากการผสมระหว่างไก่เบตงพันธุ์แท้กับไก่ทางการค้า จนได้ไก่เนื้อคุณภาพสูง เลี้ยงง่าย โตไว ต้นทุนการผลิตต่ำ มีคุณภาพเนื้อใกล้เคียงไก่เบตง เพิ่มความคุ้มค่าให้เกษตรกร มีศักยภาพในการแข่งขันและผลักดันสู่ตลาดอาหารพรีเมียมได้

🌿 ในส่วนของพืชเศรษฐกิจ กองทุน ววน. สนับสนุนการต่อยอดทรัพยากรท้องถิ่นของภาคใต้ให้สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น โดยเฉพาะ “สาหร่ายขนนก” ที่นำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มผลผลิตและคุณภาพสินค้า จนสร้างรายได้ให้ชุมชนกว่า 2 ล้านบาทต่อปี และสร้างรายได้เสริมเฉลี่ย 10,000 บาทต่อเดือนให้กับครัวเรือนชายฝั่ง สำหรับทุเรียนภาคใต้ มีการนำเทคโนโลยีเข้าไปช่วยแก้ปัญหาหนอนเจาะเมล็ด ตั้งแต่การจัดการสวนจนถึงการรักษาคุณภาพผลผลิต ช่วยลดความเสียหายได้กว่า 20,000 กิโลกรัมต่อปี และเกิดเครือข่ายเกษตรกรคุณภาพกว่า 50 ราย รองรับการขยายตัวของตลาดทุเรียนคุณภาพสูง

☕ ขณะที่ “Fine Robusta+” ช่วยยกระดับกาแฟโรบัสต้าภาคใต้สู่ตลาดพรีเมียม เกิดเครือข่ายการเรียนรู้กว่า 1,000 ไร่ ครอบคลุมเกษตรกร 25 กลุ่ม และสร้างรายได้หมุนเวียนจากผลิตภัณฑ์กาแฟมากกว่า 1.54 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าทรัพยากรท้องถิ่นสามารถต่อยอดสู่สินค้ามูลค่าสูงและสร้างรายได้กลับสู่ชุมชนได้จริง

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่า ววน. เป็นพลังสำคัญที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรของภาคใต้ได้ตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป การยกระดับมาตรฐาน ไปจนถึงการเข้าถึงตลาดมูลค่าสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งการขับเคลื่อนของกองทุน ววน. และองคาพยพ สอดรับกับนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่มุ่งผลักดันให้ภาคใต้ก้าวสู่การเป็น New Growth Engine ของประเทศ โดยใช้จุดแข็งด้านทรัพยากรชีวภาพ ความหลากหลายทางชีวภาพ และอัตลักษณ์ของพื้นที่ มาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจบนฐานองค์ความรู้และนวัตกรรม

💙 ท้ายสุด รายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจจะกลับคืนสู่ประชาชนในพื้นที่ และเกิดเป็นภาพที่ต้องการเห็น คือ “ทะเลมีชีวิต คนมีรายได้ ทรัพยากรได้รับการดูแล”

🔗 ช่องทางติดตาม
🌐 เว็บไซต์: https://www.tsri.or.th
📘 Facebook: สกสว.
📸 Instagram: https://www.instagram.com/tsri_thailand
🐦 X: https://x.com/tsri_official
🎵 TikTok: https://www.tiktok.com/


#กองทุนววน #สกสว
#วิจัยและนวัตกรรม #ภาคใต้
#เศรษฐกิจฐานชีวภาพ

🌊💡 กองทุน ววน. ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ภาคใต้ ตั้งเป้า “ทะเลมีชีวิต คนมีรายได้ ธรรมชาติได้รับการดูแล”🌴 ภาคใต้เป็น...
09/06/2026

🌊💡 กองทุน ววน. ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ภาคใต้ ตั้งเป้า “ทะเลมีชีวิต คนมีรายได้ ธรรมชาติได้รับการดูแล”

🌴 ภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ต้องเผชิญความท้าทายจากการเสื่อมโทรมของทรัพยากรชายฝั่ง การลดลงของสัตว์น้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำ ส่งผลกระทบต่อรายได้และความเป็นอยู่ของประชาชน

🔬 กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ได้จัดสรรงบประมาณและสนับสนุนการทำงานของมหาวิทยาลัย นักวิจัย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ เพื่อนำองค์ความรู้และนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ในการยกระดับอุตสาหกรรมประมงชายฝั่ง เพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่น ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ และสร้างโอกาสใหม่ให้กับภาคใต้

📍 กองทุน ววน. ได้นำเสนอผลสัมฤทธิ์จากการขับเคลื่อนดังกล่าวให้แก่ ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระหว่างวันที่ 7-8 มิถุนายน 2569 ณ จังหวัดสงขลา

🏥การผลักดันภาคใต้สู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Economy) ของประเทศ จำเป็นต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) เพื่อยกระดับสมุนไพรและทรัพยากรชีวภาพของไทยให้สามารถต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง

🏭 กองทุน ววน. ได้สนับสนุนการจัดตั้งโรงงานต้นแบบและห้องปฏิบัติการสารสกัดสมุนไพรมาตรฐาน GMP และ ISO17025 ภายในนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ จังหวัดสงขลา เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานวัตถุดิบสมุนไพรไทย รองรับการผลิตผลิตภัณฑ์ด้านการแพทย์ สุขภาพ อาหาร และอุตสาหกรรมชีวภาพ ตลอดจนเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และแข่งขันได้ในตลาดโลก

🌱🐟 นอกจากนี้ กองทุน ววน. ยังมุ่งยกระดับพืช สัตว์ และทรัพยากรชีวภาพของภาคใต้ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป การพัฒนามาตรฐาน ไปจนถึงการสร้างตลาดและโอกาสทางธุรกิจ

✨ ผลงานที่สร้างผลลัพธ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ
☕ Fine Robusta+ ช่วยยกระดับคุณภาพกาแฟและสร้างรายได้หมุนเวียนจากผลิตภัณฑ์กาแฟให้กับชุมชนแล้วกว่า 1.54 ล้านบาท

การส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนนก สร้างรายได้เฉลี่ย 2,000–5,000 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน
🐟 การพัฒนาปลาชะโอนด้วยระบบ Bio-Floc ช่วยให้เกษตรกรสามารถสร้างรายได้เฉลี่ยราว 96,000 บาทต่อรอบการผลิต

การพัฒนาไก่เบขลา ปลาพลวงชมพู และปลิงทะเล ให้กลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจมูลค่าสูงที่จะสร้างโอกาสใหม่ให้กับชุมชนในหลายพื้นที่ของภาคใต้

🌊 อย่างไรก็ตาม การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติควรต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคงทางอาชีพให้กับประชาชน

กองทุน ววน. ได้นำงานวิจัยมาผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น เกิดเป็น “บ้านปลามีชีวิต” นวัตกรรมชุมชนที่เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ ฟื้นระบบนิเวศ ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำในพื้นที่ได้ถึง 140% ส่งผลให้รายได้ของชาวประมงเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า

🐬 อีกทั้งได้มีการทำงานร่วมกับ World Bank ในการศึกษาวิจัยและติดตามสถานการณ์โลมาอิรวดี ซึ่งเป็นสัตว์หายากและเป็นดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทะเลสาบสงขลา ปัจจุบันคาดเหลือราว 14 ตัว การเฝ้าระวังและการสร้างความตระหนักรู้ของชุมชนจึงมีความสำคัญต่อการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและสมดุลของระบบนิเวศในระยะยาว

อีกโจทย์สำคัญ คือ ภาคใต้เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำ น้ำท่วม และภัยพิบัติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง

📡 กองทุน ววน. จึงสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ช่วยให้ชุมชนสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านระบบติดตามและแจ้งเตือนความเค็มและระดับน้ำแบบเรียลไทม์ที่แจ้งเตือนล่วงหน้าได้ถึง 7 วัน และกำลังพัฒนาให้สามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้ 6 เดือน

🌾 การพัฒนาข้าวนาริมเลที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ครอบคลุมกว่า 200,000 ไร่ ตลอดจนชุดนวัตกรรมเพื่อการบริหารจัดการภัยพิบัติเชิงพื้นที่ ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการเฝ้าระวัง เตือนภัย และช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทำให้เกษตรกรสามารถปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น

👨‍👩‍👧‍👦 ในมิติของการพัฒนาคุณภาพชีวิต “บางแก้วโมเดล” เป็นตัวอย่างผลงานของกองทุน ววน. ที่ อ.บางแก้ว จ.พัทลุง ใช้ข้อมูลชุมชนครอบคลุมกว่า 1,456 ครัวเรือน ในการชี้เป้าปัญหาความยากจนและออกแบบแนวทางสร้างอาชีพที่เหมาะสม ยกระดับสินค้าชุมชนให้มีมาตรฐาน

📈 ครัวเรือนเป้าหมายมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยมากกว่า 20% และแรงงานยากจนกว่า 500 คนเข้าถึงความรู้และนวัตกรรม แสดงให้เห็นว่าการใช้ข้อมูลและงานวิจัยช่วยแก้ปัญหาชุมชนได้อย่างตรงจุด

🚀 อีกพลังสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์จริง คือ “อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ (Science Park)” ที่เป็นสะพานเชื่อมนักวิจัย ผู้ประกอบการ ภาคอุตสาหกรรม และนักลงทุนเข้าด้วยกัน

🤝 สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างธุรกิจใหม่ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจบนฐานองค์ความรู้ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สุขภาพ สมุนไพร และทรัพยากรชีวภาพ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายสำคัญของภาคใต้ในอนาคต

💬 ตลอดการลงพื้นที่และรับฟังผลลัพธ์จากผลงานของกองทุน ววน. รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ให้วิสัยทัศน์และแนวทางการพัฒนาอย่างรอบด้าน โดยเห็นว่าภาคใต้มีศักยภาพเป็น “New Growth Engine” ของประเทศ จากฐานทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และองค์ความรู้ที่มีอยู่ในพื้นที่

🌟 หากสามารถเชื่อมโยงงานวิจัย ผู้ประกอบการ ชุมชน และภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกันได้อย่างครบวงจร รวมถึงมีเป้าหมายขับเคลื่อนนโยบาย “Southern Wellness” ให้เป็นรูปธรรม เพื่อให้ภาคใต้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศ โดยต่อยอดจุดแข็งด้านสมุนไพร อาหาร การแพทย์ การท่องเที่ยว และทรัพยากรชีวภาพ ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจฮาลาล (Halal Economy) ที่ภาคใต้มีศักยภาพและความพร้อมในการแข่งขันในระดับสากล

✅ พร้อมเน้นย้ำให้นำ ววน. มายกระดับพืช สัตว์ และทรัพยากรชีวภาพของภาคใต้ให้เป็นสินค้าและบริการที่สร้างรายได้ สร้างงาน และดึงดูดการลงทุนเข้าสู่พื้นที่ ขณะเดียวกันการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาเศรษฐกิจก็ต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน เพราะทรัพยากรธรรมชาติ คือ หัวใจสำคัญที่เป็นรากฐานของอาชีพ ความมั่นคงทางอาหาร และคุณภาพชีวิตของประชาชน

💙 ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง ทั้งการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างอาชีพและรายได้ ตลอดจนการยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจของพื้นที่ โดยมีกองทุน ววน. เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนภาคใต้สู่การเป็น New Growth Engine ของประเทศ และร่วมกันสร้างอนาคตที่ “ทะเลมีชีวิต คนมีรายได้ ธรรมชาติได้รับการดูแล” อย่างยั่งยืน 🌊🌱✨

🔗 ช่องทางติดตาม
🌐 เว็บไซต์: https://www.tsri.or.th
📘 Facebook: สกสว.
📸 Instagram: https://www.instagram.com/tsri_thailand
🐦 X: https://x.com/tsri_official
🎵 TikTok: https://www.tiktok.com/

#กองทุนววน #สกสว #ววน #วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #เศรษฐกิจสุขภาพ #เศรษฐกิจฮาลาล #พัฒนาภาคใต้ #ทะเลมีชีวิตคนมีรายได้ธรรมชาติได้รับการดูแล #วิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ

✨ บอร์ดติดตามฯ ววน. เยี่ยมชมผลงานวิจัยกองทุน ววน. เปลี่ยนกล้วยตกเกรดปทุมธานีสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง🔬📈 บอร์ดติดตามและประเมิน...
09/06/2026

✨ บอร์ดติดตามฯ ววน. เยี่ยมชมผลงานวิจัยกองทุน ววน. เปลี่ยนกล้วยตกเกรดปทุมธานีสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง

🔬📈 บอร์ดติดตามและประเมินผลระบบ ววน. เร่งหาแนวทางประเมินผลการขับเคลื่อน ววน. เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลและงานมุ่งเป้า พร้อมลงพื้นที่ดูงานการยกระดับคุณค่ากล้วยหอมทองและกล้วยน้ำว้าปทุมธานีตลอดห่วงโซ่ของนักวิจัย มทร.ธัญบุรี ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (Thailand RISE Fund) ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) มุ่งแปรรูปกล้วยตกเกรดเพื่อเพิ่มรายได้ ลดขยะ และพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผ่านแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ♻️

📅 วันที่ 8 มิถุนายน 2569 นพ.สุวิทย์ วิบูลผลประเสริฐ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ศูนย์รังสิต (เมืองเอก) โดยมีวาระสำคัญ คือ การสรุปแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ แนวทางการติดตามและประเมินผลการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ทั้งโครงการที่ทำอยู่แล้ว เช่น ธุรกิจฐานนวัตกรรม เซมิคอนดักเตอร์ การรับมือภัยพิบัติ บัญชีนวัตกรรมไทย การขจัดความยากจน และโครงการที่ยังไม่ได้ทำ โดยที่ประชุมเห็นชอบกรอบการประเมินตามที่นำเสนอ และขอให้ฝ่ายเลขานุการฯ ทำงานร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) รวมทั้งเห็นชอบแนวทางการติดตามและประเมินผลกลไก กระบวนการ และผลลัพธ์ของแผนงานมุ่งเป้า โดยขอให้ฝ่ายเลขานุการฯ ทำงานร่วมกับสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ นำความเห็นจากที่ประชุมไปดำเนินการทันที และนำเสนอความก้าวหน้าเป็นวาระประจำทุกเดือน 📝

ภายหลังการประชุม ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) นำคณะกรรมการฯ เดินทางไปติดตามผลการดำเนินงานการยกระดับห่วงโซ่คุณค่า “กล้วยปทุมธานี” ของสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) โดย รวพ.บพท. ภายใต้กองทุน ววน. ณ ศูนย์ส่งเสริมอาชีพ วัดไก่เตี้ย จังหวัดปทุมธานี ซึ่งงานวิจัยได้ช่วยยกระดับขีดความสามารถของเกษตรกรมืออาชีพ จัดการบริหารความเสี่ยงผลผลิตด้วยระบบพัฒนาการผลิตกล้วย ช่วยตัดสินใจคำนวณต้นทุนและวางแผนการปลูกกล้วยมาตรฐาน GAP อีกทั้งเพิ่มมูลค่าผลผลิตตกเกรดด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมตามมาตรฐานการผลิต ตลอดจนสร้างโอกาสผู้ประกอบการรายใหม่และโอกาสทางการตลาด เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของตลาด 💡

🍌 “จังหวัดปทุมธานีมีกล้วยหอมทองและกล้วยน้ำว้ารวมพื้นที่ปลูก 21,142 ไร่ มีผลผลิต 80,867 ตัน/ปี มูลค่า 1,669.75 ล้านบาท แต่มีกล้วยตกเกรดร้อยละ 20-30 บางช่วงผลผลิตล้นตลาด และมีขยะหลังการเก็บเกี่ยวกว่า 3 หมื่นตัน/ปี บพท.จึงสนับสนุนนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรียกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการบนฐานทรัพยากรพื้นถิ่น เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในจังหวัดปทุมธานีตลอดห่วงโซ่คุณค่า รวมถึงพัฒนากลไกการแบ่งปันรายได้อย่างเป็นธรรม โดยมุ่งเน้นการสร้างรายได้ ลดขยะ และสร้างผู้ประกอบการในพื้นที่ ผ่านแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เปลี่ยนกล้วยตกเกรดและวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้เป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสร้างสรรค์” ดร.กิตติกล่าว ♻️🌍

✨ ทั้งนี้ นักวิจัยได้เพิ่มมูลค่าผลผลิตโดยพัฒนาแป้งกล้วยเชิงหน้าที่ เช่น แป้งทดแทนแป้งสาลี ไขมันทดแทน และครีมเทียมข้น ใช้เทคโนโลยีแช่แข็งแปรรูปกล้วยสุก เช่น กล้วยหนึบ แยม ไอศกรีม และสารให้ความหวานผง รวมทั้งกล้วยกรอบคาราเมลธัญพืช และเส้นใยสิ่งทอสำหรับแฟชั่นสมัยใหม่รักษ์โลกและแบรนด์มูลค่าสูง นอกจากนี้ยังนำระบบสารสนเทศและมาตรฐาน GAP มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต บริหารจัดการต้นทุน และขยายช่องทางการตลาดออนไลน์ พัฒนาศักยภาพเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนกว่า 29 ราย ช่วยสร้างรายได้เสริมที่ยั่งยืนแก่ชุมชน โดยมูลค่าสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 15-75 รายได้วิสาหกิจชุมชนเพิ่มขึ้นสูงสุดร้อยละ 60 ตัวอย่างเช่น กลุ่มกล้วยกรอบมีรายได้เพิ่มร้อยละ 68.83 ด้วยยอดขายกว่า 1.6 แสนบาทภายใน 15 เดือน นอกจากนี้ยังลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม 📈🏘️

🔗 ช่องทางติดตาม
🌐 เว็บไซต์: https://www.tsri.or.th
📘 Facebook: สกสว.
📸 Instagram: https://www.instagram.com/tsri_thailand
🐦 X: https://x.com/tsri_official
🎵 TikTok: https://www.tiktok.com/

#กองทุนววน
#ววน #วิจัยเพื่อพัฒนาเชิงพื้นที่
#เศรษฐกิจหมุนเวียน
#กล้วยปทุมธานี #นวัตกรรมเกษตร
#งานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์
#ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก
#วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม
#สร้างรายได้ลดขยะเพิ่มมูลค่า
#เกษตรมูลค่าสูง

9 มิถุนายน วันอานันทมหิดลน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แห่งพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลพระอัฐมรามาธ...
09/06/2026

9 มิถุนายน วันอานันทมหิดล
น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
แห่งพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล
พระอัฐมรามาธิบดินทร

ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

#วันอานันทมหิดล #๙มิถุนายน

🙌🏻 ซีรีส์แผน ววน. พ.ศ. 2571–2575 | ตอนที่ 4“เศรษฐกิจไทยแข่งขันได้ด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม” [Please scroll down f...
08/06/2026

🙌🏻 ซีรีส์แผน ววน. พ.ศ. 2571–2575 | ตอนที่ 4
“เศรษฐกิจไทยแข่งขันได้ด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม” [Please scroll down for English]

Thailand RISE Fund (กองทุน ววน.) โดย สกสว. เดินหน้ายุทธศาสตร์ “เศรษฐกิจไทยแข่งขันได้” ภายใต้แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2571–2575 (แผน ววน. ปี 71–75) เพื่อใช้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่การเติบโตที่มีคุณภาพ สร้างมูลค่าใหม่ และเชื่อมโยงประเทศไทยสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลก

🌏 เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายทิศทางพร้อมกัน ทั้งความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อห่วงโซ่การผลิตโลก การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เร็วกว่าที่เคย และการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเปลี่ยนรูปแบบการผลิต การทำงาน และการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในแทบทุกอุตสาหกรรม

🚀 นั่นคือเหตุผลที่แผน ววน. ปี 71–75 ให้ความสำคัญกับการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มผลิตภาพ สร้างมูลค่าใหม่ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยในระยะยาว

✨ ภายใต้แผน ววน. ปี 71–75 สกสว. กำหนด “ยุทธศาสตร์ที่ 1 : เศรษฐกิจไทยแข่งขันได้” เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อมุ่งสร้างรายได้และเศรษฐกิจให้กับประเทศ เพิ่มผลิตภาพ สร้างมูลค่าใหม่ และเชื่อมโยงไทยสู่โอกาสทางเศรษฐกิจระดับโลก

ยุทธศาสตร์นี้ขับเคลื่อนผ่าน 2 แนวทางสำคัญ

🚀 1. การลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

มุ่งสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมขั้นสูง อุตสาหกรรมใหม่ และอุตสาหกรรมที่สามารถเชื่อมโยงประเทศไทยเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลก เพื่อสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่และเพิ่มโอกาสการแข่งขันในอนาคต เช่น

✅ ปัญญาประดิษฐ์ (AI)
✅ เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductors)
✅ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
✅ พลังงานสะอาด (Clean Energy)
✅ เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology)
✅ เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology)

การสนับสนุนจะครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การทดสอบและพัฒนาเทคโนโลยี การส่งเสริมการลงทุน การร่วมลงทุนกับภาคเอกชน ตลอดจนการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรระดับนานาชาติ เพื่อเพิ่มบทบาทของประเทศไทยในเศรษฐกิจโลก

🌱 2. ยกระดับเศรษฐกิจฐานเดิมสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง

นอกจากการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ประเทศไทยยังมีภาคเศรษฐกิจที่เป็นจุดแข็งสำคัญและมีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกมาก หากได้รับการสนับสนุนด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมอย่างเหมาะสม ได้แก่

✅ เกษตรและอาหารมูลค่าสูง
✅ การแพทย์ สุขภาพ และเวลเนส
✅ เศรษฐกิจสร้างสรรค์

เป้าหมายคือการยกระดับสินค้าและบริการให้มีมูลค่าสูงขึ้น เพิ่มผลิตภาพ พัฒนามาตรฐาน และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับผู้ประกอบการไทย

🧩 ปัจจัยสนับสนุนสำคัญ (Key Enablers)

• AI (ปัญญาประดิษฐ์)
• Digital (เทคโนโลยีดิจิทัล)
• Green (การพัฒนาและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว)
• Innovation Ecosystem (ระบบนิเวศนวัตกรรม)

จะเป็นกลไกสนับสนุนสำคัญในการเร่งการพัฒนาเทคโนโลยี สนับสนุนการปรับตัวของภาคเศรษฐกิจสู่การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว ตลอดจนเชื่อมโยงผู้เล่นในระบบนวัตกรรมให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ผลลัพธ์ที่ต้องการ

💡 สร้างอุตสาหกรรมขั้นสูงและอุตสาหกรรมใหม่
📈 ยกระดับอุตสาหกรรมและบริการที่มีศักยภาพของประเทศ
🌏 เชื่อมโยงไทยสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลก (Global Value Chain)

เพราะอนาคตของเศรษฐกิจไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเติบโตเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างคุณค่าใหม่ ยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อสร้างโอกาสให้กับประเทศในระยะยาว

📢 ทั้งนี้ (ร่าง) แผน ววน. พ.ศ. 2571–2575 ยังอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นและปรับปรุงรายละเอียด โดย สกสว. จะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและประชาพิจารณ์ในลำดับถัดไป ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางช่องทางประชาสัมพันธ์ของ สกสว.

นี่เป็นตอนที่ 4 ของซีรีส์แนะนำแผนด้าน ววน. ปี 2571–2575 ยังมีประเด็นสำคัญอีกหลายมิติที่จะทยอยนำเสนอ

ฝากติดตามซีรีส์ต่อไปจาก สกสว. เพื่อร่วมทำความเข้าใจว่า แผน ววน. 71–75 จะช่วยเปิดภาพอนาคตของเศรษฐกิจไทย วิจัยไทย และนวัตกรรมไทยอย่างไร
สามารถติดตาม “ตอนที่ 1–3” ได้ที่
https://www.facebook.com/share/p/18om2iX7NW/
https://www.facebook.com/share/p/1JKYBPEx44/
https://www.facebook.com/share/p/1EcL8hrnEE/
Science, Research and Innovation Plan 2028–2032 Series | Episode 4
“Building a More Competitive Thai Economy through Science, Research and Innovation”

Thailand RISE Fund, managed by Thailand Science Research and Innovation (TSRI), is advancing the “Building a More Competitive Thai Economy” strategy under Thailand’s Science, Research and Innovation (SRI) Plan 2028–2032. The strategy seeks to harness science, research and innovation as a driving force for high-quality economic growth, new value creation and stronger integration into global value chains.

🌏 Thailand’s economy is facing mounting pressures from multiple directions. Geopolitical tensions are reshaping global production and supply chains, technological change is advancing faster than ever before, and artificial intelligence (AI) is transforming the way goods are produced, work is organised and economic value is created across almost every industry.

🚀 This is why the SRI Plan 2028–2032 places strategic investment in science, research and innovation at the heart of Thailand’s long-term development. Such investment will help enhance productivity, create new sources of value and generate future economic opportunities for the country.

✨ Under the SRI Plan 2028–2032, TSRI has identified Strategy 1: Building a More Competitive Thai Economy as one of its key strategic priorities. The strategy aims to strengthen economic growth and national prosperity by increasing productivity, creating new value and connecting Thailand to emerging opportunities in the global economy.

The strategy will be implemented through two main approaches.

1. Investing in the Industries of the Future 🚀
This approach focuses on supporting investment in advanced industries, emerging sectors and industries that can strengthen Thailand’s position within global value chains, helping to create new engines of economic growth and enhance the country’s future competitiveness.

Priority areas include:
✅ Artificial Intelligence (AI)
✅ Semiconductors
✅ Electric Vehicles (EVs)
✅ Clean Energy
✅ Biotechnology
✅ Digital Technologies

Support will extend from research and development to technology testing and validation, investment promotion, private-sector co-investment and international partnerships, helping Thailand play a stronger role in the global economy.

2. Upgrading traditional economic strengths into high-value sectors 🌱

Alongside the development of new industries, Thailand possesses a number of established economic strengths with significant potential for value creation when supported by science, research and innovation.

These include:

✅ High-Value Agriculture and Food
✅ Healthcare, Medical Services and Wellness
✅ Creative Economy

The objective is to develop higher-value products and services, improve productivity, raise standards and create new economic opportunities for Thai businesses in both domestic and international markets.

🧩 Key Enablers

• Artificial Intelligence (AI)
• Digital Technologies
• Green Transition
• Innovation Ecosystem

These will serve as critical enablers for accelerating technological development, supporting economic transformation towards digital and green transitions, and strengthening collaboration among stakeholders across Thailand’s innovation ecosystem.

Expected Outcomes

💡 Developing Advanced and Emerging Industries
📈 Upgrading Thailand’s High-Potential Industries and Services
🌏 Strengthening Thailand's Integration into Global Value Chains (GVCs)

The future of Thailand’s economy will depend not only on growth, but also on its ability to create new value, strengthen competitiveness and harness science, research and innovation to generate long-term opportunities for the country.

📢 The draft Science, Research and Innovation Plan 2028–2032 remains under consultation and refinement. TSRI will continue to organise public consultations and stakeholder engagement activities before the plan is finalised. Further details will be announced through TSRI’s communication channels.

This is Episode 4 of the Science, Research and Innovation Plan 2028–2032 series. Additional strategic priorities and key themes will be introduced in forthcoming episodes.

Follow the series to explore how the SRI Plan 2028–2032 aims to shape the future of Thailand's economy, research system and innovation ecosystem.

Previous Episodes

Episode 1:
https://www.facebook.com/share/p/18om2iX7NW/
Episode 2:
https://www.facebook.com/share/p/1JKYBPEx44/
Episode 3:
https://www.facebook.com/share/p/1EcL8hrnEE/

For more information, follow TSRI through:
ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Website: https://www.tsri.or.th
Facebook: TSRI
Instagram: https://www.instagram.com/tsri_thailand
X: https://x.com/tsri_official
TikTok: https://www.tiktok.com/

#กองทุนววน
#สกสว #แผนววน
#วิจัยและนวัตกรรม #แผนววน7175
#เศรษฐกิจไทย #สังคมเท่าเทียม
#ความมั่นคง #งานวิจัยเปลี่ยนประเทศ #วิจัยเพื่อประเทศ

🚀 กองทุน ววน. ยกระดับ Hub of Talents และ Hub of Knowledge สู่โครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนคนเก่งและองค์ความรู...
08/06/2026

🚀 กองทุน ววน. ยกระดับ Hub of Talents และ Hub of Knowledge สู่โครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์
ขับเคลื่อนคนเก่งและองค์ความรู้สู่การพัฒนาประเทศ

กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) เดินหน้ายกระดับการพัฒนา “Hub of Talents” และ “Hub of Knowledge” จากการเป็นศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญและองค์ความรู้เฉพาะด้าน สู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ของประเทศ เพื่อเชื่อมโยงนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ ภาคธุรกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

🔬 ในเวทีชี้แจงกรอบการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 ของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กองทุน ววน. ได้สะท้อนทิศทางการพัฒนา Hub ในอนาคต โดยมุ่งให้ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญและศูนย์กลางความรู้ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มกลางในการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของประเทศ ทั้งด้านการแพทย์และสุขภาพ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์ การบริหารจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5 และสิ่งแวดล้อม การพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ ตลอดจนการสร้างขีดความสามารถใหม่ให้กับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ปัจจุบัน กองทุน ววน. สนับสนุนการดำเนินงานของ Hub of Talents และ Hub of Knowledge รวม 70 ศูนย์ ประกอบด้วยศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ 47 ศูนย์ และศูนย์กลางความรู้ 23 ศูนย์ ครอบคลุมสาขาสำคัญของประเทศ ทั้งด้านเกษตรศาสตร์ วิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ วิศวกรรมและเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ โดยกว่าร้อยละ 85 ของศูนย์ที่ได้รับการสนับสนุนมุ่งเน้นด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรม ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

📊 ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงบทบาทของ Hub ในการสร้างกำลังคนและองค์ความรู้ที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยมีผู้เชี่ยวชาญทักษะสูงเข้าร่วมดำเนินงานกว่า 1,721 คน มีการพัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง 675 คน และเกิดเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในการผลิต การบริการ หรือการแก้ไขปัญหาในพื้นที่และชุมชนแล้ว 174 ผลงาน นอกจากนี้ ยังมีผลงานวิจัยและองค์ความรู้ที่ถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนพัฒนาประเทศหรือระดับพื้นที่จำนวน 45 ผลงาน

🌱 ขณะเดียวกัน เครือข่ายศูนย์กลางความรู้ยังมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ภาคส่วนต่าง ๆ โดยมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์กรที่เกี่ยวข้องได้รับประโยชน์จากองค์ความรู้ที่พัฒนาขึ้นกว่า 848 หน่วยงาน และมีประชาชนได้รับประโยชน์จากการถ่ายทอดองค์ความรู้มากกว่า 512,874 คน สะท้อนให้เห็นถึงการขยายผลจากงานวิจัยสู่การสร้างผลกระทบในวงกว้างต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน

🤝 กองทุน ววน. มุ่งผลักดันให้การพัฒนา Hub ก้าวไปไกลกว่าการสนับสนุนโครงการวิจัยรายประเด็น แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศความร่วมมือที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย นักลงทุน ผู้ประกอบการ และพันธมิตรต่างประเทศ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดโจทย์วิจัย ร่วมลงทุน ร่วมพัฒนา และร่วมผลักดันผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์จริง เพื่อสร้างเทคโนโลยี ธุรกิจนวัตกรรม งานทักษะสูง และนโยบายสาธารณะที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ

การยกระดับ Hub of Talents และ Hub of Knowledge จึงไม่ใช่เพียงการสร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญหรือคลังองค์ความรู้ แต่เป็นการวางรากฐานสำคัญของระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมไทย เพื่อเชื่อมโยง “คนเก่ง–องค์ความรู้–เทคโนโลยี–เครือข่ายความร่วมมือ–การใช้ประโยชน์” เข้าด้วยกัน และเปลี่ยนการลงทุนด้านวิจัยและนวัตกรรมให้เป็นผลลัพธ์ที่สร้างคุณค่าแก่เศรษฐกิจ สังคม และประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

🔗 ช่องทางติดตาม
🌐 เว็บไซต์: https://www.tsri.or.th
📘 Facebook: สกสว.
📸 Instagram: https://www.instagram.com/tsri_thailand
🐦 X: https://x.com/tsri_official
🎵 TikTok: https://www.tiktok.com/

#กองทุนววน
#ววน #สกสว

#วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม



#ขับเคลื่อนประเทศไทย #นวัตกรรมเพื่อประเทศ

ที่อยู่

979/17-21 SM Tower, Paholyothin Road
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6622788200

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สกสว. : TSRIผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์