15/08/2025
-ˏˋ⋆ Srimuang Law W ᴇ ʟ ᴄ ᴏ ᴍ ᴇ ⋆ˊˎ
การละเมิดทางการแพทย์ (Medical Negligence) หมายถึง การกระทำหรือการงดเว้นการกระทำของบุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือผิดพลาด ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อผู้ป่วย โดยอาจเป็นความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย อนามัย หรือทรัพย์สิน ยกตัวอย่างเช่น การผ่าตัดผิดพลาด, การวินิจฉัยโรคผิดพลาด หรือการวินิจฉัยล่าช้า, การให้ยาผิดพลาด, การดูแลรักษาไม่เพียงพอหรือการไม่ให้การรักษาที่เหมาะสม และการละเลยข้อมูลสำคัญของผู้ป่วย อย่างประวัติผู้ป่วยที่แพทย์ไม่มีการสอบถามโดยละเอียด จนอาจส่งผลทำให้การวินิจฉัยโรค และการรักษามีความคลาดเคลื่อนได้
֍ การฟ้องแพทย์ในเหตุละเมิดจากการรักษา ฟ้องที่ไหน ?
การฟ้องร้องแพทย์ในกรณีที่เกิดความเสียหายจากการรักษาพยาบาลนั้น โดยทั่วไปจะฟ้องที่ ศาลยุติธรรม ซึ่งเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีแพ่งที่เกี่ยวกับการละเมิด ในการฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายจากการรักษาพยาบาลผิดพลาดหรือประมาทเลินเล่อของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
หากการกระทำของแพทย์เข้าข่ายเป็นความผิดทางอาญา เช่น การกระทำโดยเจตนาทำให้เกิดความเสียหาย หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือได้รับบาดเจ็บสาหัส ก็อาจมีการฟ้องร้องในศาลอาญาได้ด้วย
นอกจากการฟ้องร้องแล้ว ผู้เสียหายยังสามารถร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาวิชาชีพ หรือหน่วยงานราชการ เพื่อให้มีการตรวจสอบและดำเนินการทางจริยธรรมหรือทางวินัยกับแพทย์ได้อีกทางหนึ่งด้วย
֍ แพทย์ปลอม หมอปลอม หมอเถื่อน มีความผิดตามกฎหมายอย่างไร ?
การแอบอ้างเป็นแพทย์ไม่เพียงแต่ผิดกฎหมาย แต่ยังเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตของผู้อื่นที่กำลังป่วย และจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์จริง ฉะนั้นบทลงโทษในเบื้องต้นแรกหากมีการฝ่าฝืนตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 มาตรา 27 หรือ 28 ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
แต่หากได้มีการทำการรักษาผู้ป่วยแล้วประมาทเลินเล่อทำเขาตาย ก็มีความผิดฐานอาญาอีกด้วย
นอกจากนี้แล้ว ยังมีความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 ในส่วนของการปลอมแปลงเอกสาร ทั้งบัตรแพทย์ หรือเลขใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม และปลอมข้อมูลผ่านเว็บไซต์แพทยสภาอีกทางหนึ่ง
❂ หลักกฎหมาย
พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525
https://tmc.or.th/download/law-medical_2525.pdf
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550
https://law.dit.go.th/Upload/Document/a283d96f-3d38-4844-8b44-f146ced68e25.pdf
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 291
ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 420
ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
✽ คำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้อง
ฎีกาที่ 3739/2560
การวิเคราะห์โรคของผู้ป่วยนั้นต้องกระทำเป็นขั้นตอนโดยอาศัยความรู้ทางการแพทย์ ผู้ที่สามารถกระทำเช่นนี้ได้จึงต้องเป็นแพทย์เท่านั้น ที่โจทก์อ้างขั้นตอนการตรวจวิเคราะห์โรคจำเลยที่ 1 ยังไม่ถูกต้องสมควรตามมาตรฐานและหลักวิชาการแพทย์นั้น นายแพทย์ จ. แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหน่วยหูและฐานกะโหลกศีรษะ ภาควิชาโสตศอนาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ซึ่งทำหน้าที่รักษาผู้ป่วยเกี่ยวกับหู เบิกความเป็นพยานจำเลยที่ 2 ว่า วันที่ 28 กรกฎาคม 2552 โจทก์มาพบพยานแจ้งอาการว่าหูไม่ได้ยิน พยานตรวจหูทั้งสองข้างพบว่าประสาทหูของโจทก์ผิดปกติ จึงส่งโจทก์ไปตรวจการได้ยินด้วยเครื่องวัดการได้ยินได้ผลว่าโจทก์มีประสาทหูทั้งสองข้างเสื่อมจริงโดยข้างซ้ายหนวกสนิทข้างขวายังมีการได้ยินเหลืออยู่บ้าง แต่เสื่อมระดับรุนแรง วันที่ 31 กรกฎาคม 2552 พยานได้ตรวจร่างกายโจทก์เพิ่มเติมพบว่าโจทก์มีอาการหน้าซีกซ้ายชา ลิ้นซีกซ้ายทำงานผิดปกติ เมื่อได้ความเช่นนั้นจึงส่งตรวจด้วยเครื่องเอกซ์เรย์คลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้าหรือเครื่องเอ็มอาร์ไอพบว่ามีก้อนเนื้องอกที่เส้นประสาทสมองเส้นที่ 8 ทั้งสองข้าง ซึ่งเห็นได้ว่าขั้นตอนและวิธีในการตรวจผู้ป่วยของนายแพทย์ จ.ก็ไม่ต่างไปจากการตรวจรักษาของจำเลยที่ 1 นอกจากนี้เมื่อย้อนดูประวัติที่โจทก์ไปรับการตรวจรักษากับแพทย์อื่นในโรงพยาบาลลำพูนหลังการตรวจรักษากับจำเลยที่ 1 จึงน่าเชื่อว่าขณะรับการตรวจรักษาจากจำเลยที่ 1 และแพทย์อื่นในโรงพยาบาลลำพูน อาการของโจทก์ยังไม่ปรากฏให้เป็นข้อสงสัยว่าโจทก์เป็นโรคนิวโรไฟโปรมาโตซิส ไทน์ทู อันจะต้องส่งโจทก์ไปตรวจที่โรงพยาบาลอื่นที่มีเครื่องมือดีกว่าโรงพยาบาลลำพูน เชื่อว่าการตรวจวินิจฉัยโรคของจำเลยที่ 1 แก่โจทก์เป็นการใช้ความรู้ความสามารถตามมาตรฐานหลักวิชาชีพแพทย์โดยทั่วไปอย่างละเอียดเหมาะสมแล้ว ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า ผลการวินิจฉัยผิดพลาดของจำเลยที่ 1 ทำให้จิตแพทย์ของโรงพยาบาลลำพูนส่งโจทก์ไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลสวนปรุง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลโรคจิตโดยเฉพาะส่งผลให้อาการของโจทก์กำเริบหนักขึ้นนั้น เห็นว่า นายแพทย์ ว. เป็นผู้วินิจฉัยว่าโจทก์มีอาการทางจิตและส่งตัวโจทก์ไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลสวนปรุง โดยวิเคราะห์จากอาการที่ปรากฏในขณะที่โจทก์มารับการรักษากับนายแพทย์ ว. ประกอบกับคำยืนยันของมารดาโจทก์ในขณะนั้น หาได้เป็นการวินิจฉัยโรคและสั่งการของจำเลยที่ 1 หรือใช้ข้อมูลจากใบรับรองแพทย์ที่จำเลยที่ 1 ออกให้แก่โจทก์ในการวินิจฉัยโรคของโจทก์แต่อย่างใดเลย ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำละเมิดแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามฟ้อง
ฎีกาที่ 3038/2566
โจทก์เข้าทำสัญญาศัลยกรรมความงามโดยพบโฆษณาของจำเลยที่ 1 ผ่านเว็บไซต์ยูทูบที่แสดงไว้ในวิดีโอคลิป และมีการสนทนากับจำเลยที่ 1 หรือตัวแทนผ่านทางแอปพลเคชันไลน์ ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาตามพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค ฯ มาตรา 11 เมื่อเป็นการโฆษณาที่ไม่ตรงต่อความเป็นจริงจำเลยที่ 1 จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาให้บริการทางการแพทย์ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่โจทก์ซึ่งมีอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ.มาตรา 193/30
ฎีกาที่ 5009/2562
แม้ข้อเท็จจริงจะรับฟังว่าจำเลยที่ 2 วินิจฉัยอาการผิดพลาดเนื่องจากโจทก์มิได้ตั้งครรภ์นอกมดลูก แต่เป็นการตั้งครรภ์ภายในมดลูกและเป็นภาวะที่แท้งบุตรไม่ครบ ซึ่งอาจจะใช้วิธีการรักษาด้วยการขูดมดลูกหรือวิธีการอื่นโดยไม่จำต้องผ่าตัดตามที่โจทก์อ้างก็ตาม แต่กรณีจะถือว่าเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อหรือไม่ นอกจากต้องพิจารณาจากมาตรฐานการรักษาตามวิชาชีพของแพทย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งระเบียบวิธีปฏิบัติในการรักษาผู้ป่วยทางด้านสูตินรีเวชแล้ว ยังต้องพิจารณาถึงพฤติการณ์แห่งคดีและเหตุผลประการอื่นประกอบด้วย เนื่องจากพยาธิสภาพของผู้ป่วยและอาการเจ็บป่วยจากการตั้งครรภ์ในผู้ป่วยแต่ละรายนั้นอาจมีความแตกต่างกันได้ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการวินิจฉัยของแพทย์และนำไปสู่วิธีการรักษาที่ไม่เหมือนกันได้ หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าแพทย์ได้ตรวจรักษาผู้ป่วยโดยปฏิบัติถูกต้องครบถ้วนตามระเบียบวิธีปฏิบัติตามมาตรฐานแห่งวิชาชีพแพทย์เฉพาะทางนั้นด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ และเหมาะสมสอดคล้องกับสภาวการณ์จำเป็นที่ต้องให้การบำบัดรักษาผู้ป่วยโดยเร็วเพื่อให้พ้นจากความเสี่ยงภัยอันตรายต่อชีวิตหรือร่างกายด้วยแล้ว แม้ผลการรักษาจะไม่เป็นไปตามข้อวินิจฉัยของแพทย์ที่ให้ไว้ก็ตาม กรณีย่อมไม่อาจถือว่าแพทย์ผู้นั้นกระทำประมาทเลินเล่อ เมื่อจำเลยที่ 2 ได้ใช้ความระมัดระวังในการตรวจรักษาอาการเจ็บป่วยจากการตั้งครรภ์ของโจทก์ตามความรู้ความสามารถโดยปฏิบัติถูกต้องตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรมและเหมาะสมกับสภาวการณ์ การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงไม่เป็นการละเมิด
﹌﹌﹌﹌﹌﹌﹌﹌﹌﹌ദ്ദി(˵ •̀ ᴗ - ˵ ) ✧﹌﹌﹌﹌﹌﹌﹌﹌﹌﹌
#สำนักงานกฎหมายศรีเมือง #ทนายเชียงใหม่ #การละเมิดทางการแพทย์ #หมอเถื่อน #การรักษาพยาบาลผิดพลาด #กฎหมายเกี่ยวกับแพทย์ #บทความกฎหมาย #ความรู้กฎหมาย