Theceosspeech มุมมอง ความคิด l CEOs พูดอะไร ?

เจาะลึกวิสัยทัศน์โครงการ “ที่พักฮีลใจ: My Healing Home” กับการยกระดับโฮมสเตย์ไทยสู่หมุดหมายการพักผ่อนผ่านนิยาม “มหัศจรรย...
10/04/2026

เจาะลึกวิสัยทัศน์โครงการ “ที่พักฮีลใจ: My Healing Home” กับการยกระดับโฮมสเตย์ไทยสู่หมุดหมายการพักผ่อนผ่านนิยาม “มหัศจรรย์แห่งความเรียบง่ายที่สัมผัสได้ด้วยใจ”

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในปี 2569 ด้วยทิศทางที่ชัดเจนในการยกระดับจากการกระตุ้นการเดินทาง ไปสู่การสร้างคุณค่าของประสบการณ์ ภายใต้แคมเปญ

“สุขทันทีที่เที่ยวไทย” ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับ Meaningful Experience การพักผ่อนที่มีคุณภาพ และความสมดุลของชีวิตมากยิ่งขึ้น

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เผยวิสัยทัศน์
การต่อยอดแนวคิดดังกล่าว ผ่านโครงการใหม่ “ที่พักฮีลใจ: My Healing Home” ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าที่พัก แต่เป็นพื้นที่พักพิงทางใจที่ช่วยเติมเต็มความสุข และสะท้อนทิศทางใหม่ของการท่องเที่ยวไทย ที่มุ่งสร้างทั้งคุณค่า ประสบการณ์ และความยั่งยืนไปพร้อมกัน

โครงการ “ที่พักฮีลใจ - My Healing Home” เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนแคมเปญ “สุขทันทีที่เที่ยวไทย” และสร้างมิติของความสุขที่ต่างจากเดิมอย่างไรบ้าง?
สุขทันทีที่เที่ยวไทยคือเป้าหมายหลักของ ททท. ที่อยากทำให้คนออกเดินทางเที่ยวเมืองไทย และค้นพบความสุข
ได้ง่าย ๆ ในทุกวันครับ ซึ่งโครงการที่พักฮีลใจจะเข้ามาเติมความสุขนั้นในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น คือไม่ใช่แค่ไปเที่ยว
แล้วจบ แต่เป็นการได้พักผ่อนจริง ๆ ได้ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ แล้วยังได้พลังชีวิตกลับไปด้วย เรียกว่าเป็น Meaningful Experience จากการท่องเที่ยว ยกระดับจากสุขทันทีให้เป็นความสุขที่ยั่งยืนได้นั่นเองครับ

ในแง่กลยุทธ์ ทำไม “โฮมสเตย์” จึงเป็นหัวใจสำคัญในการส่งมอบประสบการณ์การพักผ่อนของโครงการนี้?
สิ่งที่นักเดินทางยุคนี้ต้องการคือความจริงใจครับ ซึ่งโฮมสเตย์สามารถตอบโจทย์ได้ด้วยประสบการณ์ที่จริงใจ
ทั้งความสัมพันธ์กับเจ้าบ้าน วิถีชีวิตท้องถิ่น และสภาพแวดล้อมที่ไม่เร่งรีบ ล้วนเป็นเรื่องราวธรรมดา ๆ
แต่มีความพิเศษซ่อนอยู่ครับ ทำให้เกิดการพักผ่อนทั้งร่างกายและอารมณ์ เพราะฉะนั้น เราจึงเลือก
โฮมสเตย์มาเป็นตัวแทนในการส่งมอบประสบการณ์ที่พักฮีลใจของคนในปัจจุบัน

ที่พักฮีลใจสะท้อนยุทธศาสตร์ “Value Over Volume” ของ ททท. อย่างไร?
เราวางกลยุทธ์โครงการนี้ให้ขับเคลื่อนด้วย 3 กิจกรรมไปพร้อม ๆ กัน เพื่อสร้างคุณค่าใน 3 จุดมุ่งหมาย
ที่สะท้อน Value Over Volume หรือการโฟกัสที่คุณค่ามากกว่าปริมาณครับ นั่นก็คือ

1. กิจกรรม “สูตรลับฮีลใจ เติมเสน่ห์ผู้ประกอบการไทยให้ขายดีและยั่งยืน” เพื่ออัปสกิล
ให้ผู้ประกอบการสามารถดึงเสน่ห์ออกมาเล่าเรื่อง เปลี่ยนบริการธรรมดาเป็นประสบการณ์ฮีลใจ
ที่มีมูลค่าได้ นี่คือการสร้างคุณค่าด้านผลิตภัณฑ์ (Product Value) โดยจะจัดในวันที่ 30 เมษายน 2569 ผ่านระบบ Zoom Meeting โดยผู้ประกอบการสามารถเข้าร่วมฟรีแบบไม่มีค่าจ่าย

2. กิจกรรมดีลและโปรโมชั่นต่าง ๆ เชื่อมนักท่องเที่ยวให้เข้าถึงความสุขได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน
ก็ช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการในชุมชนโดยตรง เพื่อสร้างคุณค่าด้านเศรษฐกิจ (Economic Value)

3. กิจกรรมการเดินทางสร้างประสบการณ์ (Healing Home Experience Trip) เพื่อเป็นต้นแบบ
ที่เล่าเรื่องราวประทับใจ สร้างคุณค่าด้านอารมณ์ (Emotional Value) ให้เห็นว่าการท่องเที่ยว
มอบแรงบันดาลใจและช่วยเติมเต็มพลังชีวิตได้

นิยาม “มหัศจรรย์แห่งความเรียบง่ายที่สัมผัสได้ด้วยใจ” ของโครงการนี้จะเป็นทิศทางใหม่ของการท่องเที่ยวไทย หรือส่งผลต่ออุตสาหกรรมในอนาคตอย่างไรบ้าง?
เราใช้ความเรียบง่าย แต่เป็นความเรียบง่ายที่พิเศษมาก ๆ ที่พบได้ในที่พักโฮมสเตย์ไทย มาเป็นจุดยืนใหม่ให้ตรงกับยุค Healing is the New Luxury ซึ่งผู้คนให้ค่ากับการพักใจ อยู่กับตัวเอง และใช้ชีวิตอย่างสมดุล ผมเชื่อว่านี่คือเสน่ห์ที่จะสร้างจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในแง่คุณค่า ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นที่พักพิงใจ
ของผู้คน สร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเราอย่างมั่นคงในอนาคตครับ
เมื่อความเรียบง่ายถูกยกระดับเป็นประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและมีความหมาย โครงการที่พักฮีลใจ:
My Healing Home จึงไม่ใช่เพียงการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเดินทาง แต่คือการนิยามความหมายของ
การท่องเที่ยวไทยให้ตอบรับโลกยุคใหม่ และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว

ติดตามความมหัศจรรย์แห่งความเรียบง่ายที่สัมผัสได้ด้วยใจ พร้อมดีลและโปรโมชั่นจากที่พักโฮมสเตย์ทั่วประเทศได้ทางช่องทางโครงการ
- page: ที่พักฮีลใจ - My Healing Home
- Line OA: .th

#ที่พักฮีลใจ #สุขทันทีที่เที่ยวไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศให้คำมั่นทำงานเพื่อประชาชน ยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม เดินหน้ารัฐบาลโปร่งใส ตรวจสอบไ...
22/03/2026

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศให้คำมั่นทำงานเพื่อประชาชน ยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม เดินหน้ารัฐบาลโปร่งใส ตรวจสอบได้

เมื่อวันที่ : 20/03/2569 14:48 ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงแก่สื่อมวลชนภายหลังรับสนองพระบรมราชโองการ โดยกล่าวรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรีกล่าวให้คำมั่นสัญญาต่อพี่น้องประชาชนว่าจะใช้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนชาวไทยอย่างเต็มกำลังความสามารถ และจะควบคุม กำกับดูแลให้รัฐบาล อันประกอบด้วยคณะรัฐมนตรี รวมถึงข้าราชการ เจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นลำดับแรก และจะเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการทำงานของรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาของประเทศ มีส่วนร่วมกับการพัฒนาประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเรา การทำงานของภาครัฐจะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มข้น จริงจังจากทุกภาคส่วน เพื่อการบริหารงานที่โปร่งใส โดยตั้งอยู่บนหลักนิติรัฐ นิติธรรม

นอกจากนี้ ขอให้การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลในครั้งนี้ได้สร้างบรรยากาศใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย เป็นบรรยากาศของการมองไปข้างหน้าร่วมกัน และให้เกิดวัฒนธรรมการทำงานใหม่ ๆ ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยในรายละเอียด และเป้าหมายของสิ่งที่รัฐบาลจะดำเนินการในช่วงเวลาสี่ปีต่อจากนี้นั้น จะได้แถลงเป็นนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาต่อไป

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รับสนองพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2เมื่อวันที่ : 20/03/2569 ณ ที่ทำ...
22/03/2026

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รับสนองพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2

เมื่อวันที่ : 20/03/2569 ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อัญเชิญพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคภูมิใจไทย โดยได้อัญเชิญไปยังสถานที่ในการรับสนองพระบรมราชโองการฯ

จากนั้น เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อ่านพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ความว่า

“พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 19 มีนาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จากนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวหลังรับสนองพระบรมราชโองการว่า

“ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล มีความปลื้มปิติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น หาที่สุดมิได้ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งข้าพระพุทธเจ้า ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นับเป็นศุภสิริมงคลและขวัญกำลังใจอันสูงสุดของชีวิต ข้าพระพุทธเจ้าและครอบครัวจะขอเทิดทูนพระมหากรุณาธิคุณนี้ ไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า จักมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยยึดมั่นผลประโยชน์ของชาติ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และความวัฒนาสถาพรของประเทศไทย สนองพระราชปณิธาน ตามพระปฐมบรมราชโองการและตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญทุกประการ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ”

เช็คให้รู้ ดูให้ชัวร์ แชร์ให้เป็น! อย. ผนึก 4 มหา’ลัย ปั้นเครือข่าย “Young Smart Consumers”สกัดโฆษณาสุขภาพลวงโลกยุคดิจิท...
19/03/2026

เช็คให้รู้ ดูให้ชัวร์ แชร์ให้เป็น! อย. ผนึก 4 มหา’ลัย ปั้นเครือข่าย “Young Smart Consumers”
สกัดโฆษณาสุขภาพลวงโลกยุคดิจิทัล….คลิกอ่านต่อได้ที่

อย. ผนึก 4 มหาวิทยาลัยใหญ่ ปั้น Young Smart Consumers เป็นทูตเฝ้าระวังโฆษณาสุขภาพลวงโลก เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคไทย

10/03/2026

"ยกระดับการปกครองฐานราก! มหาดไทยโชว์ผลงาน 'กม. ยุคใหม่' ในงานวันคณะกรรมการหมู่บ้าน 2569 มุ่งสร้างหมู่บ้านเข้มแข็งตามแนวทาง แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง ทั่วไทย"

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง จัดงานใหญ่ “วันคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” ภายใต้แนวคิดการสร้างรากฐานประเทศ ให้เข้มแข็งด้วยกลไก “คณะรัฐมนตรีของหมู่บ้าน” พร้อมพิธีมอบถ้วยรางวัลเกียรติยศพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้แก่หมู่บ้านชนะเลิศระดับภาค ในโครงการหมู่บ้านเข้มแข็งตาม แนวทาง “แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง” ประจำปี 2568

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ประธานในพิธี เปิดเผยว่า “คณะกรรมการหมู่บ้าน หรือ กม. ถือเป็นกลไกการปกครองที่ใกล้ชิดพี่น้องประชาชนมากที่สุด นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2486 จนถึงปัจจุบัน กม. ได้วิวัฒนาการสู่การเป็นองค์กรหลักที่บูรณาการการทำงานจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาและตอบสนอง ความต้องการของประชาชนได้อย่างตรงจุด เสมือนเป็น “คณะรัฐมนตรีของหมู่บ้าน” ที่ขับเคลื่อนประเทศจากฐานราก”

เชิดชูเกียรติหมู่บ้านต้นแบบ “แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง”
ไฮไลต์สำคัญของงานในปีนี้ คือพิธีมอบรางวัลให้แก่หมู่บ้านที่ผ่านการประเมินตามโครงการคัดเลือกหมู่บ้านเข้มแข็ง ตามแนวทาง “แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง” (หมู่บ้านอยู่เย็น) ประจำปีงบประมาณ 2568 ซึ่งเป็นการเฟ้นหา หมู่บ้านที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งการคัดเลือกออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ระดับเขต และระดับภาค โดยผลการคัดเลือกในระดับภาค ประกอบด้วย

รางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศอันดับ 1 และ รองชนะเลิศอันดับ 2 (12 หมู่บ้าน): รับมอบถ้วยรางวัลเกียรติยศ พระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งถือเป็นเกียรติยศ สูงสุดของชีวิตข้าราชการและพี่น้องในหมู่บ้าน ซึ่งมี 12 หมู่บ้าน ดังนี้

ภาคเหนือ
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ บ้านหาดสาแล หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านหม้อ อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ บ้านสบเมย หมู่ที่ 2 ตำบลทาขุมเงิน อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ บ้านเวียงลอ หมู่ที่ 11 ตำบลลอ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา

ภาคกลาง
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ บ้านช่องสะเดา หมู่ที่ 1 ตำบลช่องสะเดา อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ บ้านคลองหลวง หมู่ที่ 2 ตำบลชัยมงคล อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ บ้านหนองสังข์ หมู่ที่ 1 ตำบลหนองสังข์ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

ภาคใต้
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ บ้านมอเก็ต หมู่ที่ 5 ตำบลควนศรี อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ บ้านท่ากะได หมู่ที่ 4 ตำบลกะปง อำเภอกะปง จังหวัดพังงา
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ บ้านทุ่งคา 2 หมู่ที่ 8 ตำบลละหาร อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ บ้านทำนบ หมู่ที่ 3 ตำบลเทนมีย์ อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ บ้านน้ำซับ หมู่ที่ 2 ตำบลบุเปือย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ บ้านโพนสว่าง หมู่ที่ 5 ตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร

รางวัลชมเชย (6 หมู่บ้าน): รับมอบโล่รางวัลประกาศเกียรติคุณจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดังนี้
บ้านประดู่งาม หมู่ที่ 2 ตำบลหนองแม่แตง อำเภอไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร
บ้านตลาดเกาะแรต หมู่ที่ 10 ตำบลบางปลา อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม
บ้านซับสุวรรณ หมู่ที่ 15 ตำบลซับสนุ่น อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี
บ้านค่าย หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านค่าย อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง
บ้านท่าสะอาด หมู่ที่ 18 ตำบลพนมไพร อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด
บ้านหนองกุงศรี หมู่ที่ 6 ตำบลหนองกุงศรี อำเภอโนนสะอาด จังหวัดอุดรธานี
พร้อมด้วยโล่รางวัลสำหรับนายอำเภอผู้มีผลงานดีเด่นในการสนับสนุนหมู่บ้านจนได้รับรางวัลในครั้งนี้

นิทรรศการยอดเยี่ยม สัมผัสผลงาน “กม.” ทั่วไทย
ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานและนวัตกรรมการบริหารจัดการหมู่บ้านที่ได้รับรางวัล เพื่อเป็นโมเดลต้นแบบ (Best Practice) ให้แก่หมู่บ้านอื่นๆ ทั่วประเทศได้นำไปปรับใช้ โดยมุ่งเน้นการโชว์ศักยภาพของ กม. ในการวางแผนพัฒนาหมู่บ้าน การแก้ไขปัญหาความยากจน การรักษาความสงบเรียบร้อย และการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น

สร้างขวัญกำลังใจ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวเสริม “การจัดงานในวันนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการระลึกถึง ความสำคัญของวันคณะกรรมการหมู่บ้านในวันที่ 9 มีนาคมของทุกปีเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างขวัญ และกำลังใจให้ แก่คนทำงานในระดับพื้นที่ เพื่อให้เล็งเห็นถึงคุณค่าของตนเองในการเป็นพลังสำคัญขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในทุกมิติ”

สำหรับการจัดงานวันคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ประจำปี 2569 จัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 - 11.30 น. ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ 2 - 4 ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร โดยมีตัวแทนคณะกรรมการหมู่บ้านจากทั่วประเทศ และหน่วยงานภาครัฐ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

ลุ้นทอง 5 บาท ‘ฮาตาริ’ ฉลอง 35 ปี ‘ส่งต่อความเย็น ส่งต่อความสุข’ฮาตาริ ผู้นำอุตสาหกรรมพัดลมของประเทศไทย เดินหน้าฉลองครบร...
04/03/2026

ลุ้นทอง 5 บาท ‘ฮาตาริ’ ฉลอง 35 ปี ‘ส่งต่อความเย็น ส่งต่อความสุข’

ฮาตาริ ผู้นำอุตสาหกรรมพัดลมของประเทศไทย เดินหน้าฉลองครบรอบ 35 ปี อย่างยิ่งใหญ่ เปิดตัวแคมเปญลุ้นโชค “ฮาตาริ 35 ปี ส่งต่อความเย็น ส่งต่อความสุข” ตอบแทนความไว้วางใจที่คนไทยมีต่อแบรนด์ฮาตาริตลอด 35 ปี เตรียมพัดของรางวัลคืนกำไรให้คนไทย แจกฉ่ำทุกเดือน ลุ้นรางวัลใหญ่! ทองคำแท่งหนัก 5 บาทในเดือนสุดท้าย ร่วมสนุกง่ายๆ เพียงซื้อสินค้าฮาตาริ ครบทุก 500 บาทต่อ 1 ใบเสร็จ รับ 1 สิทธิ์ลุ้นรางวัลทันที และพิเศษยิ่งขึ้นเมื่อสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ฮาตาริ (www.hatari.co.th) รับไปเลย 2 สิทธิ์ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 31 กรกฎาคม 2569 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Hatari Facebook Official

ฮาตาริเติบโตเคียงข้างครัวเรือนไทยมาอย่างยาวนาน ในปีที่ 35 นี้ แบรนด์จึงจัดกิจกรรมคืนกำไรครั้งใหญ่ ทุ่มงบกว่าพันล้านเพื่อขอบคุณผู้บริโภค โดยมีกติกาสำคัญดังนี้
• ซื้อสินค้าฮาตาริในทุกช่องทางจำหน่ายทั่วประเทศ ครบทุก 500 บาท ต่อ 1 ใบเสร็จ รับ 1 สิทธิ์ลุ้นรางวัล พิเศษ! หากซื้อผ่านเว็บไซต์ฮาตาริ (www.hatari.co.th) รับ 2 สิทธิ์ ต่อทุกยอด 500 บาท ต่อ 1 ใบเสร็จ
• ลงทะเบียนผ่าน LINE Official Account ของ Hatari เพื่อสมัคร Cool Reward แล้วกรอกข้อมูลการติดต่อและอัปโหลดหลักฐานการซื้อ
• สิทธิ์ในการลุ้นรางวัล จะนับและใช้ได้เฉพาะภายในเดือนที่เกิดคำสั่งซื้อเท่านั้น ไม่สามารถโอน ยกยอด หรือสะสมไปยังเดือนถัดไปได้
• ไม่จำกัดจำนวนสิทธิ์การร่วมสนุก ยิ่งซื้อมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสลุ้นรับโชค
ลุ้นรางวัลใหญ่:
• ทองคำแท่งน้ำหนัก 5 บาท 1 รางวัล ในเดือนสุดท้ายของแคมเปญ

ลุ้นรางวัลแจกฉ่ำทุกเดือน
• พัดลม Hatari รุ่น Slide Smart L1 เดือนละ 2 รางวัล
• เครื่องฟอกอากาศ Hatari รุ่น AP12R1 เดือนละ 2 รางวัล
• iPad Gen 10 (Wi-Fi 256 GB) เดือนละ 1 รางวัล
• โทรศัพท์มือถือ iPhone 17 Pro Max (256 GB) เดือนละ 1 รางวัล
• ทองคำแท่งน้ำหนัก 1 บาท เดือนละ 1 รางวัล
ประกาศรางวัล
ประกาศรายชื่อผู้โชคดี ทุกวันที่ 15 ของเดือน เวลา 18:00 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook Hatari Official Page โดยเริ่มประกาศครั้งแรกวันที่ 15 เมษายน 2569

คุณชัญญา และ คุณทัศน์ลักษณ์ พานิชตระกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด กล่าวร่วมกันว่า “ในโอกาสครบรอบ 35 ปี ฮาตาริเดินหน้าภายใต้แนวคิด ‘ฮาตาริ 35 ปี ส่งต่อความเย็น ส่งต่อความสุข’ เพื่อขอบคุณลูกค้าทั่วประเทศ พร้อมสนับสนุนคู่ค้าและตัวแทนจำหน่ายทุกช่องทางให้เติบโตไปด้วยกัน ผ่านแคมเปญที่ช่วยกระตุ้นยอดขายอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งหน้าร้านและออนไลน์
ตลอด 35 ปีที่ผ่านมา ฮาตาริมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านดีไซน์ ฟังก์ชัน และนวัตกรรมที่เข้าใจวิถีชีวิตของคนไทย เราเชื่อว่าการเติบโตของแบรนด์ไม่ได้วัดเพียงยอดขาย แต่คือการสร้างคุณค่าและส่งต่อความสุขกลับสู่ลูกค้า คู่ค้า และสังคมไทยอย่างยั่งยืน”

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และการประกาศผลผู้โชคดีประจำเดือน ในแคมเปญ “‘ฮาตาริ 35 ปี ส่งต่อความเย็น ส่งต่อความสุข’” ได้ทาง Hatari Facebook Official

01/03/2026

เจาะกลยุทธ์ลงทุนทองคำ 2026 สินทรัพย์ปลอดภัยสู้ภัยเศรษฐกิจและสงคราม คลิกอ่านได้ที่

01/03/2026

รัฐบาลรุกตลาดญี่ปุ่น ดัน “มันสำปะหลังไทย” สู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมมูลค่าสูง คลิกอ่านได้ที่

ครม.เห็นชอบในหลักกการร่างประกาศกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เรื่อง กำหนดการยกเลิกการใช้บังคับคำสั่งห...
24/02/2026

ครม.เห็นชอบในหลักกการร่างประกาศกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เรื่อง กำหนดการยกเลิกการใช้บังคับคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 39/2559

เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ลงวันที่ 12 กรกฎาคม พุทธศักราช 25

วันนี้ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการร่างประกาศดังกล่าวตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ และให้ส่งคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอคณะรัฐมนตรีตรวจพิจารณาแล้วดำเนินการต่อไป

นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า ร่างประกาศกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เรื่อง กำหนดการยกเลิกการใช้บังคับคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 39/2559 เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ลงวันที่ 12 กรกฎาคม พุทธศักราช 2559 แก่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ

เป็นการยกเลิกการใช้บังคับคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 39/2559 เรื่อง การจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ลงวันที่ 12 กรกฎาคม พุทธศักราช 2559 แก่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก

เนื่องจากสถาบันอุดมศึกษาดังกล่าวได้มีการแก้ไขปัญหาอันเป็นเหตุในการบังคับใช้คำสั่งดังกล่าว โดยได้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิ และอธิการบดีแล้ว ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเห็นว่า สถาบันอุดมศึกษา ดังกล่าวได้แก้ไขปัญหาอันเป็นเหตุในการใช้บังคับตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ดังกล่าวแล้ว

ทั้งนี้ อาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 9/2562 และมติคณะรัฐมนตรี (9 ธันวาคม 2568) ร่างประกาศฉบับนี้ จะส่งผลให้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกสามารถดำเนินการบริหารจัดการกิจการของมหาวิทยาลัยได้ตามอำนาจหน้าที่ที่ได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติจัดตั้งมหาวิทยาลัยและขับเคลื่อนการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ตลอดจนเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่สังคมโดยรวมต่อไป

นายกฯ อนุทิน ควงภริยา สวมชุดไทย เปิดงาน "พระนครคีรี – เมืองเพชร" ครั้งที่ 39ชู Soft Power อัตลักษณ์เมืองสร้างสรรค์ UNESC...
23/02/2026

นายกฯ อนุทิน ควงภริยา สวมชุดไทย เปิดงาน "พระนครคีรี – เมืองเพชร" ครั้งที่ 39

ชู Soft Power อัตลักษณ์เมืองสร้างสรรค์ UNESCO ปลุกเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทย
เมื่อวันที่ : 21/02/2569 ณ บริเวณอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนครคีรี อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภริยา แต่งกายด้วยชุดไทย เป็นประธานเปิดงาน “พระนครคีรี – เมืองเพชร” ครั้งที่ 39 ประจำปี 2569 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดเพชรบุรี โดยมีนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายศักดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมงานอย่างคึกคัก

เมื่อนายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางถึง ได้เข้าสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ค่ายรามราชนิเวศน์ (วังบ้านปืน) มณฑลทหารบกที่ 15 จากนั้นได้ออกเดินทางโดยขบวนรถโบราณ ไปยังอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระนครคีรี (เขาวัง) เพื่อสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้ เพื่อแสดงความจงรักภักดี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีรับชมการแสดงชุด “ลักษมีเทวี สมเด็จพระพันปี ศักติพระจอมสรวง” ซึ่งเป็นการแสดงที่สะท้อนถึงความงดงามทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อย่างตระการตา พร้อมกล่าวว่าวันนี้รู้สึกดีใจที่ได้มาจังหวัดเพชรบุรีมาร่วมงานเฉลิมฉลองงาน "พระนครคีรี – เมืองเพชร" ครั้งที่ 39 ซึ่งได้รับการต้อนรับจากประชาชนอย่างอบอุ่น และวันนี้ได้นำคณะเดินทางมาร่วมชมงานในครั้งนี้ด้วยความตั้งใจ เพื่อชมความยิ่งใหญ่ของงาน และพบปะพี่น้องประชาชนด้วยตนเอง เชื่อว่าทุกคนจะประทับใจกับความงดงามของจังหวัดเพชรบุรี โดยเฉพาะบรรยากาศและการประดับไฟที่เขาวังอันสวยงามยิ่ง

นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า งานในวันนี้ไม่ใช่เพียงเทศกาลประจำปีที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์อันงดงามของเมืองเพชรบุรี ที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ขนมเมืองเพชรอันเลื่องชื่อ ที่วันนี้ผู้ผลิตยังให้ความใส่ใจสุขภาพของคนไทย ด้วยการลดความหวาน ลดน้ำตาล แต่ยังคงความหอมและความอร่อยไว้ได้อย่างครบถ้วน จังหวัดเพชรบุรียังมีชื่อเสียงด้านอาหารท้องถิ่นรสเลิศ จนได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็น “เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร” และยังมีมรดกโลกทางธรรมชาติอันล้ำค่าอย่าง ผืนป่าแก่งกระจาน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตท้องถิ่นที่งดงามอย่างยิ่ง นับเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน

นายกรัฐมนตรี กล่าวเน้นย้ำถึงคุณค่าของการจัดงานในครั้งนี้ว่า ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางภูมิปัญญาของท้องถิ่นด้วยความภาคภูมิใจ ตลอดจนเป็นการแสดงออกถึงพลังความจงรักภักดีที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างพร้อมเพรียงกัน

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนในจังหวัดเพชรบุรี ที่ร่วมกันจัดงานครั้งนี้ได้อย่างยิ่งใหญ่และสมพระเกียรติ พร้อมชื่นชมชาวเมืองเพชรที่ร่วมกันสร้างบรรยากาศด้วยการแต่งกายด้วยชุดไทยอย่างงดงาม และขอให้ความสำเร็จในการจัดงานครั้งนี้เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับจังหวัดเพชรบุรีต่อไป

“ขณะนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อมั่นในความปลอดภัย การต้อนรับอันอบอุ่นของคนไทย และความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว ทั้งทะเล ภูเขา อาหารอร่อย และเสน่ห์ของคนท้องถิ่น ขอให้คนไทยร่วมกันรักษารอยยิ้มและการต้อนรับที่ดี เพื่อสร้างโอกาสและรายได้จากนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เชื่อมั่นในประเทศไทย นับเป็นนิมิตหมายอันดีของประเทศเรา”

ก่อนเดินทางกลับ นายกรัฐมนตรีและคณะได้ร่วมรำวงย้อนยุค และเยี่ยมชมนิทรรศการ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ที่แสดงถึงความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งเดินเยี่ยมชมบูธผลิตภัณฑ์ OTOP บริเวณลานจักรราศี เพื่อให้กำลังใจผู้ประกอบการท้องถิ่นและสนับสนุนการนำภูมิปัญญามาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ก่อนออกจากจังหวัดเพชรบุรีกลับสู่กรุงเทพมหานคร

EPG ประกาศแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่สานต่อแนวทางสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ​เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท อีสเทิร์นโ...
18/02/2026

EPG ประกาศแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่
สานต่อแนวทางสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

​เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ประกาศแต่งตั้ง ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านผู้นำตามแผนสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในระยะยาว ขณะเดียวกัน ดร.ภวัฒน์ วิทูรปกรณ์ จะเกษียณอายุจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 โดยยังคงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารและกรรมการบริษัทเช่นเดิม

​การเปลี่ยนผ่านผู้นำครั้งนี้ได้ผ่านกระบวนการพิจารณาคัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อสานต่อทิศทางการดำเนินธุรกิจและขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตตามกลยุทธ์ที่วางไว้

​ปัจจุบัน ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ ดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายพัฒนาธุรกิจและการลงทุน บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โดยมีบทบาทสำคัญในการกำหนดยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนองค์กร บริหารงานด้านการลงทุน ดูแลงานด้านความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล รวมถึงดูแลงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ อีกทั้งเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2567 ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยงานประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และได้แสดงศักยภาพรวมถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง

​คณะกรรมการบริษัทจึงเชื่อมั่นว่าผู้นำคนใหม่ ซึ่งมีทั้งความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และความเข้าใจธุรกิจอย่างลึกซึ้ง รวมถึงเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน เสริมความแข็งแกร่งเชิงกลยุทธ์ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ที่อยู่

99/217 หมู่1
Amphoe Lam Luk Ka
12130

เบอร์โทรศัพท์

+66652295664

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Theceosspeechผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Theceosspeech:

แชร์